“น่าขายหน้า-ไร้พิษสง-เป็นอดีตแล้ว” นานาปฏิกิริยาเมื่อ “เบียร์” ขม!

“น่าขายหน้า-ไร้พิษสง-เป็นอดีตแล้ว” นานาปฏิกิริยาเมื่อ “เบียร์” ขม!

นับเป็นบทสรุปที่แสนเจ็บปวดสำหรับแฟนบอล “อินทรีเหล็ก” ทั่วโลก เมื่อ เยอรมนี พลิกตกรอบแรกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เท่ากับว่าในบอลโลกฉบับรัสเซียนี้ บรรดาทีมใหญ่ทีมเต็งแม้ช่วงออกสตาร์ตจะทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่ก็ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้หมด ยกเว้นแชมป์เก่าที่ทำผลงานน่าผิดหวัง แพ้ถึง 2 นัด ชนะเพียงนัดเดียวแบบต้องลุ้นถึงนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน รั้งบ๊วยของกลุ่ม

การตกรอบแรกของเยอรมนีสะเทือนอารมณ์แฟนบอลมากเป็นพิเศษ ว่ากันตรงๆ เพราะแฟนๆ “ไม่ชิน” เนื่องด้วยอินทรีเหล็กมีประวัติการเล่นฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่สวยหรูมากๆ ฟุตบอลโลก 20 ครั้งก่อนหน้านี้ เป็นแชมป์สูงสุดอันดับ 2 ถึง 4 สมัย, ติดอันดับท็อป 2 มากที่สุด 8 ครั้ง, ติดอันดับท็อป 3 มากที่สุด 12 ครั้ง, เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศมากที่สุด 17 ครั้งเท่า บราซิล เรียกว่ามีประวัติการเข้ารอบลึกโดยรวมดีที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันเมื่อเทียบกับทุกๆ ทีม และไม่เคยตกรอบแรกมาก่อนตั้งแต่เริ่มต้นระบบการเตะรอบแบ่งกลุ่มเข้ามา

นักเตะทีมชาติเยอรมนีเดินทางกลับบ้านเกิด

แน่นอนว่าเมื่อเจ็บหนัก ปฏิกิริยาที่ออกมาย่อมรุนแรงตามไปด้วย โดยหนังสือพิมพ์หน้า 1 ของเมืองเบียร์ทุกฉบับต่างพร้อมใจกันพาดหัวถึงความล้มเหลวครั้งนี้


บิลด์ ระบุว่า “นี่เป็นเรื่องน่าอับอายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การร่วมฟุตบอลโลกของเยอรมนี” และบอกด้วยว่าเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง

ขณะที่ ได เวลต์ บอกว่า “น่าขายหน้า” “เป็นความน่าอายที่สมบูรณ์แบบมาก” และวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของนักเตะว่า “ไร้พิษสง ขาดจินตนาการ ไม่มีชีวิตชีวา” รวมทั้งบอกว่าสถิติที่ออกมาชี้ชัดว่าเยอรมนีสมควรตกรอบขนาดไหน

ด้าน สปีเกล พาดหัวใหญ่ว่า “เยอรมนีตกรอบ” ก่อนขยายความว่า “ความอับอายครั้งประวัติศาสตร์” ส่วน ไซต์ใช้ภาพนักเตะที่ไม่ติดทีมชาติประกอบพาดหัวแทนคำพูดของผู้เล่นว่า “เดี๋ยวฉันจะเก็บกระเป๋าแล้วพาทีมชาติเยอรมนีกลับบ้านพร้อมกัน”

ส่วนเว็บไซต์ โฟกัส เรียกเกมเตะนัดสุดท้ายที่อินทรีเหล็กพ่าย เกาหลีใต้ ว่า “วันที่มืดมิดที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเยอรมนี”


สำหรับปฏิกิริยาทางอินเตอร์เน็ตยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ละคนต่างสนุกสนานกับการตัดต่อภาพหรือเขียนข้อความแซวแข้งเมืองเบียร์กันสนุกสนาน

แกรี่ ลินีเกอร์ อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษยกวลีเก่าแก่ของวงการลูกหนังมาปรับแก้ใหม่ว่า “ฟุตบอลเป็นเกมง่ายๆ คน 22 คนวิ่งไล่บอลกัน 90 นาที และในตอนท้าย เยอรมนีไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป เวอร์ชั่นเก่า (ที่่ว่า ‘สุดท้าย เยอรมนีจะเป็นผู้ชนะเสมอ’) เป็นอดีตไปแล้ว”

แม้แต่ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของรถแข่ง ฟอร์มูล่า อี ยังตัดต่อคลิปล้อเลียนเอาธงชาติเยอรมนีติดบนรถที่ชนจนหลุดโค้ง และต้องเห็นถ้วยแชมป์กับทีมอื่นๆ เข้าโค้งผ่านหน้าไป

ขณะที่ชาวเน็ตตัวแสบรายหนึ่งแอบเข้าไปแก้ข้อมูลของ โจ ฮยอน วู นายทวารจอมหนึบของทีมโสมขาวในสารานุกรมออนไลน์ “วิกิพีเดีย” ว่า เป็นที่รู้จักกันในนาม “พระผู้ช่วยให้เม็กซิโกรอดตาย” เนื่องจากโจโชว์ฟอร์มป้องกันลูกยิงของแข้งอินทรีเหล็กได้หลายต่อหลายครั้ง นำไปสู่ชัยชนะของทีมซึ่งหมายถึง เม็กซิโก ได้ผ่านเข้ารอบด้วยเช่นกัน

แต่ที่แสบที่สุดคงต้องยกให้สถานีโทรทัศน์ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ เวอร์ชั่นบราซิล ซึ่งแสดงความเห็นเรียบง่ายแต่ได้ใจความด้วยการทวีตเสียงหัวเราะยาวๆ เท่าที่ทวิตเตอร์จะอนุญาต

แต่ที่แสบที่สุดคงต้องยกให้สถานีโทรทัศน์ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ เวอร์ชั่นบราซิล ซึ่งแสดงความเห็นเรียบง่ายแต่ได้ใจความด้วยการทวีตเสียงหัวเราะยาวๆ เท่าที่ทวิตเตอร์จะอนุญาต