ฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกสมใจในรอบ 20 ปี หลังเอาชนะ โครเอเชีย 4-2

ฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกสมใจในรอบ 20 ปี หลังเอาชนะ โครเอเชีย 4-2

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 1 สมัย พบกับ “ตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ที่ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก มีขึ้นที่ ลุซนิกิ สเตเดียม กรุงมอสโก

ก่อนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้น ฟิลิปป์ ลาห์ม อดีตกัปตันทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ผู้ชูถ้วยแชมป์โลกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็นผู้นำถ้วยแชมป์ลงสู่สนามแข่งขันร่วมกับ นาตาเลีย โวเดียโนว่า นางแบบซูเปอร์โมเดลของรัสเซีย ขณะที่กล่องใส่ของถ้วยฟุตบอลโลกนั้นถูกออกแบบใหม่โดย “หลุยส์ วิตตอง” แบรนด์ชื่อดังระดับโลก

ทีมตราไก่ตบเท้าเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์ 2 รายการติดต่อกันหลังจาก 2 ปีก่อนผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูโร 2016 มาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นการเข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 3 ของพวกเขา โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพเอง ก่อนที่ในนัดชิงชนะเลิศจะสามารถเอาชนะ “แซมบ้า” บราซิล ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง จากนั้นถัดมา 8 ปี เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี แต่ทว่าพ่ายในการดวลจุดโทษให้กับ “อัซซูรี่” อิตาลี 3-5 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1

 

สำหรับรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีมมีดังนี้
ทีมตราไก่ตบเท้าเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศรายการระดับเมเจอร์ 2 รายการติดต่อกันหลังจาก 2 ปีก่อนผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูโร 2016 มาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นการเข้าชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 3 ของพวกเขา โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพเอง ก่อนที่ในนัดชิงชนะเลิศจะสามารถเอาชนะ “แซมบ้า” บราซิล ไปได้ 3-0 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง จากนั้นถัดมา 8 ปี เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี แต่ทว่าพ่ายในการดวลจุดโทษให้กับ “อัซซูรี่” อิตาลี 3-5 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1

ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : 1.อูโก โยริส – 2.แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, 4.ราฟาเอล วาราน, 5.ซามูเอล อุมติตี, 21.ลูกาส์ เอร์น็องเดซ – 6.ปอล ป๊อกบา, 13.เอ็นโกโล ก็องเต – 10.คีลิย็อง เอ็มบัปเป, 7.อ็องตวน กรีซมันน์, 14.แบลส มาตุยดี – 9.โอลิวิเยร์ ชิรูด์
โครเอเชีย (4-2-3-1) : 23.ดานิเยล ซูบาซิช – 2.ซิเม เวอร์ซัลจ์โก, 6.เดยัน ลอฟเรน, 21.โดมากอย วิดา, 3.อิวาน สตรินิช – 7.อิวาน ราคิติช, 11.มาร์เซโล โบรโซวิช – 18.อันเต เรบิช, 10.ลูกา โมดริช, 4.อิวาน เปริซิช – 17.มาริโอ มานด์ชูคิช

 

หลังเสร็จสิ้นพิธีปิด การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นตามเวลา ทั้งสองทีมใส่ชุดเก่งของตน และเป็นโครเอเชียที่มีโอกาสเปิดบอลเข้าใส่กรอบเขตโทษฝรั่งเศสก่อนเป็นการทักทาย ทีมตราไก่ยังคงใช้สไตล์ตั้งรับแล้วรอสวนกลับ ผ่านไป 7 นาที โครเอเชียได้เตะมุม แต่บอลถูกสกัดพ้นอันตรายออกมา ถึงนาที 17 ฝรั่งเศสได้ฟรีคิกบ้าง เมื่อ กรีซมันน์ โดน โบรโชวิช ทำฟาว์ลนอกกรอบ กริซมันน์ รับหน้าที่เปิดบอลโค้งมาทางเสาสอง มาริโอ มานด์ซูคิช โดดสกัดผิดเหลี่ยมบอลเสยแฉลบเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นสอร์ให้ฝรั่งเศส ขึ้นนำก่อน 1-0 ประตู ในนาทีที่ 18

นาที 28 จังหวะโครแอตได้ฟรีคิก กองหลังฝรั่งเศสเคลียร์บอลไม่ขาด ลุกมาเข้าทาง อิวาน เปริซิซ หักหลบหนึ่งจังหวะก่อนตวัดยิงเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาไกล กลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1

 

เกมล่วงถึงนาที 34 กริซมันน์ เตะมุมเปิดบอลโค้งมาหน้าประตู แบลส มาตุยดี  โดดโหม่งบอลแต่วืด บอลลอยไปโดนแขน เปริซิซ กองหน้าโครแอต มีการประท้วงต้องใช้วีเออาร์ ช่วยตัดสิน ก่อนกลายเป็นลูกจุดโทษ

อ็องตวน กริซมันน์ รับหน้าที่สังหาร แปเรียดไม่พลาดเป้ากลายเป็นสกอร์ให้ฝรั่งเศสขึ้นอีกครั้ง 2-1 นาที ในนาที 38 จบครึ่งแรกยังคงสกอร์เดิม

เริ่มครึ่งหลัง โครเอเชียเปิดเกมเร็วเข้าใส่มีโอกาสวูบวาบหลายครั้ง ฝรั่งเศสใช้ความเร็วจากเอ็มบัปเป ลากบอลจากริมเส้นกราบซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ แต่ ดานิเยล ซูบาซิซ นายทวารโครแอตสกัดลูกอันตรายไว้ได้หวุดหวิด จังหวะเกมกำลังดุเดือด แฟนบอลจำนวนหนึ่งก็สร้างความปั่นป่วนวิ่งลงมาในสนาม ต้องให้เจ้าหน้าที่ต้องเบรกเกมไล่จับตัวกันจ้าละหวั่น ก่อนเกมจะดำเนินต่อไป ฝรั่งเศสปรับทัพ ส่ง สตีเวน เอ็นซงซี แทน เอ็นโกโล ก็องเต

ถึงนาที 59 ด้วย ความเร็วจากเกมโต้กลับของฝรั่งเศส จึงสัมฤทธิ์ผล ด้วยการโยนยาวไปให้เอ็มบัปเป ลากเข้ารอบโทษ ก่อนบอลโดนสกัดมาเข้าทาง ปอล ป๊อกบา ที่เติมมาแถวสองหวดด้วยซ้ายตุงตาข่ายกลายเป็นประตูให้ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 3-1

ทิ้งห่างเพียงหกนาทีถัดมา ด้วยเกมรุกอย่างหนักเป็นระลอกของฝรั่งเศส เอ็มบัปเป ได้บอลหน้าเส้นกระโหลกก่อนสับไกยิงไม่เหลือซาก ย้ำชัยให้ ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 4-1 ประตู

นาทีถัดเมา ฝรั่งเศสประมาท จากจังหวะ  ส่งบอลคืนกลับหลังให้ผู้รักษาประตู มาริโอ มานด์ซูคิซ ขยันวิ่งตามเข้าไปชาร์จบอล อูโก โยริส นายทวารตราไก่แตะบอลคิดจะหลอก ทว่ามานด์ซูคิซ ไม่หลงตามสกิดบอลเข้าประตูกลายเป็นสกอร์ให้ โครเอเชีย มีฮึดไล่ขึ้นมา 2-4 ประตู

จากนั้นต่างฝ่ายทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม ฝรั่งเศส เอาชนะ โครเอเชีย 4-2 ประตู คว้าแชมป์โลกไปครองสมใจ กลายเป็นแชมป์โลกสมัยที่สองของทีมตราไก่ ครบรอบ 20 ปี พอดี หลังจากเคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1998  และ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีม ยังกลายเป็น คนที่สามของโลกที่คว้าแชมป์เวิลด์คัพ ทั้งตอนที่ตนเองเป็นนักเตะ และ ผู้จัดการทีม ต่อจาก มาริโอ ซากัลโล ของบราซิล และ ฟรานซ์ เบ๊กเค่นบาวร์ ของเยอรมนี