อัปเดตตลอดเกม โคลัมเบีย พบ ญี่ปุ่น ศึกฟุตบอลโลก 2018 กลุ่มเอช

อัปเดตตลอดเกม โคลัมเบีย พบ ญี่ปุ่น ศึกฟุตบอลโลก 2018 กลุ่มเอช

การแข่งขันฟุต บอลโลก 2018 เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. คู่แรกที่ มอร์โดเวีย อารีน่า เป็นการแข่งขันนัดแรกในกลุ่มเอช โคลัมเบีย อันดับ 16 ของโลก ลงสนาม ญี่ปุ่น อันดับ 61 ของโลก โดยสถิติที่เคยพบกันในฟุตบอลโลก 1 นัด โคลัมเบีย เป็นฝ่ายชนะ 4-1

สำหรับผู้เล่น 11 คนแรกของโคลัมเบีย ประกอบด้วย ดาบิด ออสปินา, ซานติอาโก อาเรียส, ออสการ์ มูริโย, ดาบินสัน ซานเชซ, โยอัน โมฆิกา, เจฟเฟอร์สัน เลร์มา, การ์ลอส ซานเชซ, ฆวน เฟร์นันโด กินเตโร, ฆวน กราดราโด, โฮเซ อิซเกียโด และ ราดาเมล ฟัลเกา

ส่วนญีปุ่นส่ง เอจิ คาวาชิมะ ฮิโรกิ ซากาอิ, มายะ โยชิดะ, เกน โชจิ, ยูโตะ นางาโตโมะ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, กาคุ ชิบาชากิ, ชินจิ คางาวะ, ทากาชิ อินุอิ, เก็นกิ ฮารางุจิ และยูยะ โอซาโกะ ลงสนาม

เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที ญี่ปุ่นสาดบอลยาวจากแดนหลังไปหน้าประตู ให้ ยูยะ โอซาโกะ ใช้ความแข็งแกร่งวิ่งเบียดหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงติดเซฟ ดาบิด ออสปินา นายด่านโคลัมเบียในจังหวะแรก ก่อนที่บอลจะเด้งมาเข้าทางชินจิ คางาวะ ซ้ำดาบสอง ไปติดการ์ลอส ซานเชซ ที่ตั้งใจยื่นมือออกมาปัดบอล ผู้ตัดสินไม่รอช้าวิ่งมาเป่าจุดโทษให้ญี่ปุ่น พร้อมควักใบแดงไล่ การ์ลอส ซานเชซ ออกจากสนาม ซึ่งถือเป็นใบแดงที่เร็วที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกด้วยเวลา 2 นาที 54 วินาที ส่วนสถิติที่เร็วที่สุดยังเป็นโฮเซ่ บาติสตา นักเตะอุรุกวัยเมื่อปี 1986 ซึ่งโดนใบแดงในนาทีที่ 1 ขณะที่จังหวะยิงจุดโทษเป็น คางาวะ ที่จะลุกขึ้นมาทำหน้าที่สังหารเข้าไปกลางประตูให้ญี่ปุ่นขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้นโคลัมเบียพยายามเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน ขณะที่ญี่ปุ่นลงไปคุมโซนและรอสวนกลับ นาที 39 โคลัมเบีย ได้ฟรีคิกนอกกรอบเยื้องไปทางด้านขวา ก่อนเป็น เฟร์นันโด กินเตโร ที่หลอกยิงเลียดไปที่เสาแรก แม้ เอจิ คาวาชิมะ ผู้รักษาประตูญี่ปุ่น จะพยายามพุ่งมาคว้าไว้แต่บอลข้ามเส้นโกลไลน์ไปเรียบร้อยส่งให้ โคลัมเบีย ตามตีเสมอ 1-1