อุรุกวัย เฉือนชัย โปรตุเกส 2-1 เข้าชนฝรั่งเศส รอบ 8 ทีมสุดท้าย

อุรุกวัย เฉือนชัย โปรตุเกส 2-1 เข้าชนฝรั่งเศส รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เกมฟาดแข้งฟุตบอลโลก 2018 นัดวันที่ 1 กรกฏาคม 2561 รอบ 16 ทีม คู่ที่สอง เป็นการพบกันระหว่าง “จอมโหด” ทีมชาติอุรุกวัย พบ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่ ฟิชต์ สเตเดียม เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย
ผลงานที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยพบกันมาแล้ว 2 ครั้งเท่านั้น เป็นเกมอุ่นเครื่อง

เผยรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีมมีดังนี้
อุรุกวัย (4-4-2) : 1.เฟร์นานโด มุสเลรา – 22.มาร์ติน กาเซเรส, 2.โฮเซ มาเรีย คิเมเนซ, 3.ดิเอโก โกดิน, 17.ดิเอโก ลาซัลต์ – 8.นาอิตัน นานเดซ, 14.ลูกัส ตอร์เรรา, 15.มาติอัส เบซิโน, 6.โรดริโก เบนตันกูร์ – 9.หลุยส์ ซัวเรซ, 21.เอดินสัน คาวานี

โปรตุเกส (4-4-2) : 1.รุย ปาตริซิโอ – 15.ริคาร์โด เปเรรา, 3.เปเป, 6.โชเซ ฟอนเต, 5.ราฟาเอล เกร์เรโร – 11.แบร์นาร์โด ซิลวา, 14.วิลเลียม คาร์วัลโญ, 23.อาเดรียน ซิลวา, 10.เชา มาริโอ – 17.กอนซาโล เกเดส, 7.คริสเตียโน โรนัลโด

หลังจากคู่ก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศส เอาชนะ อาร์เจนติน่า 4-3 ประตู ได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นทีมแรกเรียบร้อยแล้ว เกมของคู่นี้ จึงจะวัดฝีเท้าหาผู้ชนะตามเข้ารอบเป็นทีมที่สอง

เริ่มเกม โปรตุเกสได้ทักทายก่อน พาบอลขึ้นทางกราบซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองหน้าประตู แต่บอลนันโหม่งออกหลังไป อุุรุกวัยพยายามใช้ความแม่นยำโยนบอลเข้าใส่่เป็นการตอบโต้ และได้ลูกเตะมุม แต่โปรตุเกสสวนกลับเร็ว คริสเตียโน โรนัลโด ได้จังหวะสับไกยิงทักทายเป็นครั้งแรก แต่บอลตรงตัว เฟร์นานโด มุสเลรา  ผู้่รักษาประตูจอมโหด

เพียง 6 นาทีเท่านั้น กองเชียร์จากอเมริกาใต้ก็ได้เฮกันสนั่นหวั่นไหว เมื่อ เอดินสัน คาวานี โยนบอลจากริมเส้นกราบขวาข้ามฟากไปให้ หลุยส์ ซัวเรซ ทางริมเส้นกราบซ้าย ซัวเรซโยนบอลคืนข้ามฟากมาหน้าประตู คาวานี โดดขึ้นโขกบอลเส่ียบเสาแรก ตุงตาข่ายกลายเป็นสกอร์ให้ อุกรุวัย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ประตู

โปรตุเกสเร่งบุกหนักหวังแก้ประตูคืน ทว่าโดนสวนกลับเร็ว มีจังหวะวูบวาบด้วยกันทั้งคู่ ผ่านไปเกือบนยี่สิบนาที เปอร์เซ็นต์การครองบอลของทีมฝอยทองมากกว่าถึง 65 เปอร์เซ็นต์ แต่ทีมจอมโหดก็อาศัยจังหวะสวนกลับเร็วชนิดมีลุ้นไม่แพ้กัน
ถึงนาที 21 อุรุกวัยได้ฟรัีคิก ซัวเรซ สับไกยิงลอดกำแพง แต่ รุย ปาตริซิโอ นายทวารโปรตุเกสชกบอลพ้นอันตรายออกมาได้

เสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลฝอยทองยังคงกระตุ้นทีมของตนเป็นระยะๆ แต่อุรุกวัยยังคงอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วขึ้นทางริมเส้นกราบขวาบ่อยครั้ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงพอดี โปรตุเกสได้ลูกฟาว์ลบ้างบริเวณเส้นหน้ากรอบกระโหลด ทว่าโรนัลโด้ ปั่นบอลติดกำแพงอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก ซัวเรซ โดนเบียดกระแทกพยายามแกล้งมารยาทิ้งตัว แต่ผู้ตัดสินรู้ทัน ปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ก่อนจะกลับมาเบรกเกม ครบ 45 นาทีครึ่งแรก อุรุกวัย ยังคงนำ โปรตุเกส อยู่ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู

เริ่มครึ่งหลังเป็นอุรุกวัย มีโอกาสเติมเกมรุกเข้าใส่ก่อน ผ่านครึี่งหลังไปห้านาที โปรตุเกสเริ่มตั้งลำได้มากขึ้นถึงนาที 55 กองเชียร์ ฝอยทองก็ได้เฮสมใจ เมื่อ ทีมขวัญใจได้ลูกเตะมุม บอลโยนเข้าหน้าประตู เปเป เทกตัวขึ้นโขกพังประตูตีเสมอให้ โปรตุเกส 1-1 ประตู

หลังตีเสมอ กองเชียร์ฝอยทองเริ่มกระหึ่มกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ ทว่าย่ามใจได้ไม่นาน ถึงนาที 62 คาวานี่ ได้บอลจ่ายงามๆก่อนปั่นด้วยเท้าขวาบอลไซด์โค้งหนีมือผู้รักษาประตูโปรตุเกส กลายเป็นสกอร์ให้ อุรุกวัย กลับขึ้นนำอีกครั้ง ด้วยสกอร์ 2-1 ประตู และยังเป็นผลงานลูกที่สองของคาวานี ในเกมนี้อีกด้วย

ถึงนาที 69 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อ ราฟาเอล เกร์เรโร ได้บอลจังหวะชุลมุน แต่กลับหวดบอลโล่งๆข้ามคานไปเฉย ถัดมานาทีเดียว คาวานี ของอุรุกวัยมีอาการเจ็บ โรนัลโด้ แสดงสปิริตเข้าไปพยุงประคองคู่แข่งออกจากสนาม ท่ามกลางเสียงปรบมือของแฟนบอลรอบสนาม

จากนั้นเวลาที่เหลือเป็นโอกาสให้ โปรตุเกส เปิดฉากบอมเข้าใส่แทบจะข้างเดียว ทว่าแนวรับของอุรุกวัยยังทำหน้าที่สกัดได้อย่างเหนียวแน่น

ช่วงท้ายทดเจ็บออกไปสี่นาที โปรตุเกสน่าจะได้ประตูตีเสมอหลายครั้งหลายหน แต่ก็พลาดจังหวะสุดท้ายไปเองหมด แถมโรนัลโด้ยังโดนใบเหลืองสังเวย เมื่อเข้าไปต่อว่ากรรมการ จบเกม อุรุกวัย เฉือนชนะ โปรตุเกส ไปในที่สุด 2-1 ประตู

“จอมโหด”อุรุกวัย ได้สิทธิ์เข้าไปพบกับ ฝรั่งเศส ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป